
วิเคราะห์บอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ 2025-26 แมนฯ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล
วิเคราะห์บอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ 2025-26 แมนฯ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล

"เรือใบสีฟ้า" ท้าชน "หงส์แดง" บิ๊กแมตช์ตัดเชือก เอฟเอ คัพ หวังสร้างสถิติประวัติศาสตร์
เอฟเอ คัพ อังกฤษ | แมนฯ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล | รอบ 8 ทีม | วันเสาร์ที่ 04 เมษายน 2026
พรีวิว
เกือบสองสัปดาห์หลังจากผงาดคว้าแชมป์ อีเอฟแอล คัพ ทัพ แมนฯ ซิตี้ เตรียมกลับมาเฝ้ารัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อทำศึกยักษ์ชนยักษ์กับ ลิเวอร์พูล ในรอบก่อนรองชนะเลิศศึก เอฟเอ คัพ ช่วงเที่ยงวันเสาร์นี้ โดยทั้งสองทีมเพิ่งเจอกันในลีกเมื่อสองเดือนก่อนที่แอนฟิลด์ ซึ่งเป็นฝั่ง "เรือใบสีฟ้า" ที่พลิกนรกกลับมาเอาชนะได้ 2-1 จากประตูของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ เออร์ลิง ฮาลันด์
แมตซ์ พรีวิว
แมนฯ ซิตี้
ฤดูกาลของ แมนฯ ซิตี้ ตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอนหลังจากตามหลังจ่าฝูง อาร์เซน่อล ถึง 9 แต้มและร่วงตกรอบ แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยฝีมือของ เรอัล มาดริด แต่พวกเขาก็กลับมากู้ชื่อได้ที่เวมบลีย์ในนัดชิง อีเอฟแอล คัพ ด้วยการคว้าชัยเหนือ "ปืนใหญ่" 2-0 จากการเหมาทำประตูของดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง นิโก้ โอไรลีย์ ส่งผลให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รอดพ้นจากการมือเปล่าสองฤดูกาลติด พร้อมสะสมแชมป์รายการใหญ่เป็นรายการที่ 40 ในอาชีพกุนซือ แม้จะมีโปรแกรมหนักกับ เชลซี และ อาร์เซน่อล รออยู่ในลีก แต่สมาธิตอนนี้คือการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ให้ได้เป็นฤดูกาลที่ 8 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ โดยทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีสถิติในรายการนี้ที่ยอดเยี่ยม ชนะ 19 จาก 21 นัดหลังสุด และชนะในบ้านติดต่อกันมาแล้ว 17 นัด หากชนะในวันเสาร์นี้ได้จะทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลของ แคลปแฮม โรเวอร์ส ทันที
ลิเวอร์พูล
การบุกเยือนครั้งนี้ถือเป็นเกมแรกหลังจากที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ประกาศอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ปิดตำนาน 9 ปีในฐานะ "คิง ออฟ แอนฟิลด์" โดยเจ้าตัวพลาดลงสนามในเกมลีกนัดล่าสุดที่แพ้ ไบรท์ตัน 1-2 เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ทีมของ อาร์เน่ สล็อต ยังมีภารกิจหนักอีกอย่างน้อย 10 นัดใน 3 รายการ ซึ่งการเข้ารอบ เอฟเอ คัพ และ แชมเปี้ยนส์ลีก จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของกุนซือชาวดัตช์ในถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ แม้ปีนี้จะแพ้ทาง แมนฯ ซิตี้ มาตลอดจากการแพ้รวดทั้งสองนัดในลีก แต่ทัพ "หงส์แดง" ยังมีสถิติที่น่าอุ่นใจยามเจอคู่ปรับรายนี้ในถ้วยใบเก่าแก่ที่สุดในโลก เพราะพวกเขาชนะรวดใน 4 ครั้งหลังสุดที่บุกมาเยือนที่นี่ในรายการนี้ ชัยชนะในนัดนี้จะส่งให้ยอดทีมจากเมืองลิเวอร์พูลเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022
ฟอร์มล่าสุด
แมนฯ ซิตี้ (เอฟเอ คัพ) : ชนะ ชนะ ชนะ
แมนฯ ซิตี้ (ทุกรายการ) : เสมอ ชนะ แพ้ เสมอ แพ้ ชนะ
ลิเวอร์พูล (เอฟเอ คัพ) : ชนะ ชนะ ชนะ
ลิเวอร์พูล (ทุกรายการ) : แพ้ ชนะ แพ้ เสมอ ชนะ แพ้
สภาพความพร้อมของทีม
แมนฯ ซิตี้
จะยังคงไม่มี ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ที่กระดูกหน้าแข้งร้าว ส่วน จอห์น สโตนส์ (น่อง) และ รูเบน ดิอาส (แฮมสตริง) ยังต้อง รอเช็คความฟิต จนถึงนาทีสุดท้าย ในรายของ มาร์ค เกอี พร้อมกลับมาคุมแนวรับร่วมกับ นาธาน อาเก้ โดยมี เจมส์ แทรฟฟอร์ด ลงเฝ้าเสาแทนที่ ดอนนารุมม่า แดนกลางอาจขยับฮีโร่นัดชิงอย่าง นิโก้ โอไรลีย์ ขึ้นมาเล่นร่วมกับ โรดรี้ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ส่วนแดนหน้ายังคงเป็น เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ซัดไปแล้ว 9 ประตูจากการลงเล่นรายการนี้ 11 นัด ยืนค้ำร่วมกับ อองตวน เซเมนโย่
ลิเวอร์พูล
เผชิญวิกฤตนักเตะบาดเจ็บหลายราย ทั้ง อลีสซง เบ็คเกอร์, คอเนอร์ แบรดลีย์, จิโอวานนี่ เลโอนี่ และ วาตารุ เอ็นโด ส่วน เฌเรมี่ ฟริมปง ยังต้อง รอเช็คความฟิต หลังเจ็บมาจากทีมชาติ ด้านกองหน้าตัวเก่ง อเล็กซานเดอร์ อิซัค กลับมาซ้อมได้แล้วแต่เกมนี้อาจจะยังเร็วเกินไป ทำให้ ฮูโก้ เอกิติเก้ จะได้สตาร์ทตัวจริง ข่าวดีที่สุดคือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ร่างกายใกล้สมบูรณ์และเชื่อว่าจะพร้อมสำหรับเกมนี้ หาก ฟริมปง ลงไม่ได้ โดมินิก โซโบซไล อาจต้องถอยไปเล่นแบ็กขวาจำเป็น เพื่อเปิดทางให้ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ เล่นเกมรุกร่วมกับ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
คาดการณ์ผู้เล่น
แมนฯ ซิตี้ : แทรฟฟอร์ด; นูเนส, คูซานอฟ, เกอี, ไอต์-นูรี; แบร์นาร์โด้, โรดรี้, โอไรลีย์; เซเมนโย่, ฮาลันด์, แชร์กี
ลิเวอร์พูล : มามาร์ดาชวิลี่; โซโบซไล, โกนาเต้, ฟาน ไดจ์ค, เคอร์เคซ; แม็ค อัลลิสเตอร์, กราเวนเบิร์ค; ซาลาห์, เวิร์ตซ์, กัคโป; เอกิติเก้
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกครั้งนี้มีความหมายมากกว่าแค่การเข้ารอบ เพราะเป็นการประชันหน้าของสองทีมที่ต้องการความสำเร็จเพื่อกู้ศรัทธาแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ ดูมีความพร้อมและโมเมนตัมที่ดีกว่าหลังเพิ่งคว้าแชมป์บอลถ้วยใบเล็กมาได้ ความมั่นใจของดาวรุ่งอย่าง นิโก้ โอไรลีย์ และความเด็ดขาดของ เออร์ลิง ฮาลันด์ คืออาวุธหนักที่ หงส์แดง ต้องระวัง ฝั่ง ลิเวอร์พูล แม้จะได้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลับมาช่วยทีมแต่ปัญหาอาการบาดเจ็บในแนวรับและแดนกลางอาจส่งผลต่อสมดุลทีมในการรับมือกับเกมรุกที่หลากหลายของเจ้าถิ่น สถิติในบ้านของ "เรือใบสีฟ้า" ในรายการนี้ดุดันอย่างมาก และด้วยฟอร์มที่เพิ่งกำราบทีมระดับท็อปมาได้ เชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ จะอาศัยความได้เปรียบในรังและความนิ่งที่มากกว่าเบียดเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลไปได้พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ชนะติดต่อกันในบ้าน 18 นัดรวดในรายการนี้
สกอร์ที่คาด: แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: แมนฯ ซิตี้ - ทัพ เรือใบสีฟ้า มีสถิติในบ้านในรายการนี้ที่น่าสะพรึงกลัว ชนะรวดมา 17 นัดติดต่อกัน และเพิ่งคว้าแชมป์บอลถ้วยมาหมาดๆ ทำให้ความมั่นใจเต็มเปี่ยม
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - ทั้งสองทีมมักจบลงด้วยสกอร์ที่ยิงกันกระจายยามเจอกัน สถิติล่าสุดยิงกัน 3 ประตู และแนวรุกของทั้งคู่ต่างมีความเฉียบคม
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - เกมรุกของทั้งคู่ไว้ใจได้เสมอ โดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล ที่ยิงประตูใส่ซิตี้ได้บ่อยครั้ง ขณะที่เจ้าถิ่นเองก็มักจะมีช่องโหว่ในเกมรับยามขาด กวาร์ดิโอล
ทีมได้ประตูแรก : แมนฯ ซิตี้ - ด้วยความฮึกเหิมจากการเล่นในบ้านและต้องการสร้างสถิติใหม่ เจ้าบ้านน่าจะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกและทำประตูขึ้นนำก่อนได้จากความเฉียบคมของ ฮาลันด์ หรือ โอไรลีย์







